จนถึงเดือนสิงหาคมแล้ว เวลาผ่านยังกับติดปีก แต่ชีวิตมนุษย์ต้องสู้กับความเป็นจริงของชีวิต เดือนที่แล้ว ผู้เขียนผ่านไปหลายจังหวัด ได้ข้อสรุปข้อหนึ่งที่เหมือนกันว่า ชาวนาเกือบทุกจังหวัดคงต้องทำใจกัน เรื่องผลผลิตข้าวที่จะได้รับมาในปีนี้ ว่าเพียงพอ และ คุ้มทุนกับการลงแรงปักดำหรือไม่
ถึงแม้ผู้เขียนไม่ได้ทำนาด้วยตนเอง แต่จากการสังเกต และ ได้ยินมาว่า " ข้าวที่ได้มาไม่มากพอหรอก ค่าปุ๋ยยังไม่ได้เลย " แสดงให้เห็นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของคนที่ต้องพึ่งการเกษตร ดังเช่น ปลูกข้าว อันเป็นเสมือนอาชีพยอดนิยมของคนไทย ซึ่งเป็นเกษตรกรมาหลายชั่วอายุคน รวมถึงเห็นว่าค่าครองชีพสูงขึ้นตามลำดับ จนไม่สามารถคุ้มทุน เมื่อต้องซื้อปุ๋ย หรือ ยาฆ่าแมลง
จะเป็นไปได้ไหมว่า ทุกที่เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แทนปุ๋ยเคมี ในการทำนา ทำสวน ทำไร่ บ้างก็ว่า " ผลผลิตงาม แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงตอนนั้น " หรือ " มันไม่สะดวกเหมือนปุ๋ยเคมี " ในฐานะที่ผู้เขียนก็เป็นผู้หนึ่ง ซึ่งบริโภคข้าวถุงตามร้านสะดวกซื้อ หรือ พูดง่ายๆ คือ ซุปเปอร์มาเก็ตทั่วๆ ไปนั้น ยอมรับ และ เตรียมใจไว้แล้วว่า คงต้องกินข้าวราคาแพงขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่ง คือ เรื่องฝนฟ้าที่ตกไม่ตรงตามฤดูที่เป็นมา ผู้เขียนเคยถามแม่เหมือนกันว่า ทำไมเราไม่ทำนาทั้งปี ทั้งที่ผืนนาของเราติดกับคลองชลประทาน ก็ได้รับคำตอบที่เรารู้สึกว่า น่าจะทำได้นะ และ อยากเป็นคนหนึ่ง ที่สามารถจะพัฒนาบ้านเกิด และ ผืนนานั้นให้สามารถทำประโยชน์ได้ตลอดปี ติดเพียงขณะนี้ ผู้เขียนไม่สามารถกลับไปทำด้วยตนเองได้ เพราะการรอเทวดาสั่งฝนตกนั้น บางทีชีวิตอาจต้องดาวดิ้นไปก่อน โดยเฉพาะเกษตรกรตามชนบทที่รอฟ้าสั่งจริงๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น