เราคงจะปฏิเสธยากนัก ว่า life style ของแต่ละคนในยุคไอทีก้าวหน้ามากขึ้นเท่าใด คนเราก็มักเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเพื่อให้ทันกับค่านิยม ความทันสมัย โดยเฉพาะวัฒนธรรมตะวันตกมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่างเพศ หรือเพศเดียวกัน ซึ่งนับวันยิ่งเสื่อมถอยลงไปทุกขณะ ดังเช่นที่ได้ยินกันคุ้นหูว่า " กิ๊ก "
คำว่า " กิ๊ก " นั้น ยังไม่มีที่มาที่แน่นอน สันนิษฐานได้ว่า มาจากคำว่า กุ๊กกิ๊ก ซึ่งวัยรุ่นมักใช้กัน และ มาจากคำว่า คลิก (click) อันเป็นคำแสลงในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเข้ากันได้ของคนสองคน (โดยเปรียบเทียบจากเสียง คลิก ของวัตถุสองสิ่งที่ใส่เข้ากันได้พอดี) นอกจากนี้ยังมาจากคำว่า กิ๊ก (gig) ที่เป็นศัพท์แสลงในภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน อันหมายถึง กิจกรรมระยะสั้น (คำเดียวกันนี้ ยังมีความหมายอื่น ๆ อีก เช่น งานแสดงดนตรี)
ซึ่งดูจากที่มาแล้ว คงแตกแนวคิดได้หลายประการ ส่วนเหตุผลที่นำมาอ้างเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้มีหลากหลาย ได้แก่ มีกิ๊กเพราะเกิดความประทับใจกับเพศตรงกันข้าม ซึ่งในขณะนั้นเราอาจต้องการ ใครสักคนที่จะทำให้มีความสุข พูดคุยกัน ดูหนัง ฟังเพลง คลายเครียด เมื่อไม่ต้องการเป็นกิ๊กกันแล้ว ก็จากไปโดยไม่คิดอะไรมากมาย หรือ บางครั้งแฟนของเราที่คบกันอยู่ในขณะนั้น ยังไม่สามารถเติมเต็ม กับความต้องการของเราได้ เกิดการเบื่อแฟน หรือในปัจจุบันวัยรุ่นคิดว่า การที่ใครมีกิ๊กหลาย ๆ คนก็ถือว่าคนนั้น มีความสามารถ หรือ ชอบเรียกกันว่า "เจ๋ง" การที่จะมีกิ๊กได้ไม่จำเป็นว่าต้องยังไม่มีแฟน หรือว่ามีแฟนแล้ว แต่ว่ากิ๊กนั้นทุกคนสามารถเป็นกิ๊กกันได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับกิ๊กน้อยกว่าแฟน และ อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องควรกระทำก็คือ ถ้าหากแฟนจับได้ว่ามีกิ๊กต้องเลิกทันที เป็นการสร้างความสัมพันธ์กัน เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและกันในกลุ่มของวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว
แต่เท่าที่สังเกตแล้ว กิ๊กไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แวดวงของวัยรุ่นหนุ่มสาวเท่านั้น แต่กระจายถึงคนวัยทำงาน ถ้าหากโสดคงไม่มีปัญหา แต่หากมีครอบครัวแล้ว คงสร้างความร้าวฉานในครอบครัวได้มากพอสมควร ดังนั้นก่อนจะทำสิ่งใด คงต้องถามตัวเองแล้วล่ะค่ะ ว่าเราอยากมีความสุขอย่างยั่งยืน ยาวนานกับครอบครัวหรือไม่ และคำตอบคงอยู่ในใจคุณอยู่แล้ว ใช่ไหมคะ ?
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น